เฉื่อยๆ ชาๆ ฉันมันคนขี้เกียจ
posted on 20 Sep 2009 20:11 by momentofnow
ถ้าใครได้เคยอ่านชาแมนคิง ผมเอง ผมฝันอยากไปอย่างพระเอกในเรื่อง นั่นคือ โย
โยเอง เคยพูดไว้ว่าถ้าได้เป็นชาแมนคิง ก็คงไม่ทำอะไร เพราะอยากอยู่สบายๆ อยู่เฉยๆ ไม่ต้องการอะไรมากมาย
ผมเองก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน บางที เราไม่ไ่ด้อยากได้อะไรมากมาย อยากสบายๆ
ว่าแล้วผมก็เลยจัดมา...
วันและละวันผมเองไม่อยากจะทำอะไร นั่งๆ นอนๆ กินๆ ดูหนัง ฟังเพลงแค่นั้นก็เพียงพอ บางทีก็เหลือ ก็หาเกมส์ใหม่ หนังใหม่โหลดมาดู ครับ วันๆ ก็มีแค่นั้นจริงๆ ไปทำงานก็เหมือนหมดพลังกายใจ
อยากจะทำอะไรอย่างเค้าบ้าง ก็ไม่ได้ทำ เพื่อนฝูงเค้าำทำอะไรกันไปถึงไหน ก็ได้แต่ฝันเมื่อไหร่จะได้อย่างเค้า
แต่ผมไม่ทำ ผมไม่ทำเอง ผมทำไม่ได้ หรือว่าอย่างไร ผมเคยคิดจะทำนั่นทำนี่ก็คิดจริงๆ แหละครับ ไม่ได้คิดเล่นๆ แต่มันไ่ม่ทำซะที จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามผมเรียกสิ่งนี้ความขี้เกียจ
มันเหมือนไม่มีแรงผลักดันจะไปทำอะไรมาก ทั้งๆ ที่ถามใจตัวเองก็ต้องการเช่นคนอื่น แต่เหมือนกับว่าเห็นอุปสรรค อยู่ตรงหน้าแล้วมันเหมือนกับ เอ่อ พอเหอะ ผมชินชากับความจำเจ ในการอยู่เฉยๆ บ้างทีก็ทำให้พลาดงานไปหลายชิ้นเหมือนกัน...
ถ้าถามกันจริงๆ ว่าผมรู้ไหมว่าตัวเองควรทำอะไร รู้ครับ รู้ด้วยว่าควรแก้ตรงไหนอะไรยังไง แต่ผมรุ้สึกว่ามันไ่ม่มีพลังจะทำเอาเสียเลย ผมได้แต่มองคนอื่นที่ขยันทำเรื่องราวต่างๆ จนสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน บอกตรงๆ มันน่าอิจฉาครับ .... บางครั้งผมก็ทึกทักเอาว่าความขยันนี่เอง บางทีมันก็เหมือนกับเป็นพรสวรรค์เช่นกัน
เชื่อผมเถอะครับว่าพลังแห่งความพยายาม มันจะเป็นผลสำเร็จ ผมเองก็พยายามเ่ช่นกันก่อนอื่น ต้องเลิกขี้เกียจเสียก่อน!!
หลายครั้งที่เสียน้ำตา เพราะความงี่เง่าของตัวเอง ผมเองอยากจะลบภาพนั้นออก ผมเองมีครบ 32 ทุกประการพอที่จะทำอะไรได้ด้วยตัวเอง ...แต่ร่างกายมันกลับไ่ม่มีแรง มันกลับอยากอยู่เฉยๆ เฉื่อยชา...
แย่จริง!!
อายคนอื่น ที่เค้าอาจจะอยากมีขาเพื่อวิ่ง อาจจะอยากมีตาเพื่อมอง อาจจะอยากมีมือเพื่อเขียน... เอาเถอะครับผมเอง ก็จะสู้ต่อไป ผมเองอาจจะอยากจะมีจิตใจที่มุ่งมั่นเพื่อตามหาฝันของตัวเอง...
อย่างไรก็ถามหากคุณมีปัญหาเดียวกับผม หรือรู้สึกว่าชีวิตนี้ ทำไมเราไม่พยายามอย่างคนอื่นหมดกำลังใจ เอาเถอะครับ ผมว่าเราต้องพยายามกันหนักหนวงที่เดียวกับการต่อสู้กับใจตัวเองเราเอง
วันนี้มีหนังสือมาแนะนำครับ สำหรับคนไม่ได้เรื่อง!!! ควรอ่าน ส่วนคนที่ได้เรื่องแล้วอ่านไว้ก็ไม่เสียหายครับ
หรือถ้าไม่ได้อ่านจริงๆ ก็ไม่เป็นไรครับแต่ผมว่าคุณจะอยากอ่านมัน
วิถีแห่งโนบิตะ : ชัยชนะของคนไม่เอาถ่าน
http://www.se-ed.com/eShop/Products/Detail.aspx?No=9789749983508
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่แต่งจากงานวิจัยของ Yokoyama Yasuyuki เขียนเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องราวภายในการตูนที่ไม่ได้เป็นแค่การตูนคือเรื่องโดเรม่อนนั่นเอง ในหนังสือเล่มนี้ถือเป็นหนังสือด้าน Personal Improvement หรือคือการพัฒนาตัวเอง แต่ด้วยการมองตัวเองผ่านโนบิตะ เด็กชายที่ไม่เอาถ่านที่สุดในญี่ปุ่น อันที่จริง เหมือนกับเรามองตัวเราเองแค่เปลือกว่าเราไม่ได้เรื่องเล๊ยยยย
ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ แล้วก็นึกถึงโนบิตะ ว่าอยากจะมีโดเรม่อนมาแบบนั้นบ้างจัง ครับ ถ้าคุณคิดอย่างนี้ เช่นเดียวกับผมนั่นแหละ และพอได้อ่านคุณจะมองโนบิตะเปลี่ยนไป... โนบิตะผู้ซึ่งก้าวผ่านปัญหาทั้งหมดได้ด้วยวิธีอันน่าสนใจ
ทั้งๆ ที่ตัวเองนั่นเป็นเด็กชายไม่ได้เรื่อง!!
ครับผมฝากไว้เท่านี้ครับ และขออวยพรในทุกท่านที่กำลังก้าวผ่าน "กำแพงตัวเอง" ให้สู้และผ่านไปได้นะครับ
อาจจะใช้ได้ไม่ทุกสถานการณ์ครับ บางเรื่องน่ะใช่ แต่บางครั้งไม่ใช่ครับ การได้รับเกรด และใบปริญญาเป็นเหมือนกุญแจเปิดทางครับ สมมุติว่าคุณเข้าไปทำงานบริษัท แน่นอนครับ ตอนแรกเรายังไม่รู้จักกัน เค้าก็ต้องดูเกรดก่อน ถึงจะมั่นใจว่าทำงานได้ จากนั้นก็เป็นเรื่องของความสามารถในการทำงาน แน่นอนครับ ว่าเกรด ปริญญา หรือง่ายๆ ว่าเรียนมาสูง เป็นใบผ่านทางได้อย่างดี เป็นสิ่งที่เปิดโอกาสให้กับคุณในทั้งแง่การศึกษา ศึกษาต่อ และการทำงาน